แนะนำ 10 วิธีสุดเจ๋ง เรียนภาษาอังกฤษให้เก่งได้ด้วยตัวเอง

best-way-to-practice-english-300x159

ปัจจุบันนี้ ภาษาอังกฤษ เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นการที่เราสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ย่อมทำให้ได้เปรียบคนอื่นๆ วันนี้เราจึงมีข้อมูลมาแนะนำกับ 10 วิธีการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเอง ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะยากเกินไปสำหรับใครไม่รู้จะฝึก เรียนภาษาอังกฤษ อย่างไร ให้เข้าใจ

  1. ตามอ่านอะไรที่เราสนใจ

ตอนเด็กๆหลายคนอาจจะไม่ชอบภาษาอังกฤษ เพราะโดนครูบังคับให้อ่านเรื่องอะไรก็ไม่รู้ แต่ลองเริ่มอ่านเรื่องที่เราสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน กีฬา ดนตรี ข่าวซุบซิบดาราฝรั่ง หรือมุมขำๆในหนังสือพิมพ์ จำไว้เลยว่าไม่มีอะไรไร้สาระ เพราะเรากำลังเรียนรู้อยู่

  1. ฟังวิทยุให้ชิน

การฟังวิทยุนั้นจะช่วยให้เราได้ฟังทั้งเสียงคนพูด รวมถึงเสียงร้องเพลง เป็นการฝึกหูในชินกับภาษาในหลายๆรูปแบบอีกวิธีหนึ่งด้วย

  1. ไม่จำเป็นต้องแปลเป็นภาษาไทย

การฝึกภาษาอังกฤษให้เข้าใจนั้น ไม่จำเป็นที่เราต้องอ่านหรือฟังแล้วแปลเป็นภาษาไทย อาจจะสงสัยว่าไม่แปลเป็นไทยแล้วจะเข้าใจยังไง การไม่พยายามแปลเป็นไทยจะช่วยให้เราสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วขึ้นด้วย

  1. แปะกระดาษโน้ตบนสิ่งของต่างๆ

วิธีนี้จะเหมือนการเอาข้าศึกมาล้อมเมือง การแปะชื่อสิ่งของต่างๆที่เราใช้เป็นภาษาอังกฤษ ช่วยทำให้ชีวิตได้คุ้นเคยกับคำเหล่านี้มากขึ้น และเป็นการฝึกอ่านฝึกความเข้าใจไปในตัวด้วย

  1. ดูทีวีและภาพยนตร์ภาษาอังกฤษ

การดูภาพ ฟังเสียง และอ่านซับไตเติ้ลภาษาไทยไปพร้อมๆกัน ช่วยฝึกประสาทการรับรู้ในหลายๆช่องทาง ซึ่งต่อไปก็สามารถเปลี่ยนจากซับไทย เป็นซับอังกฤษ ไปจนถึงขั้นปิดซับได้ในท้ายที่สุด

  1. เล่นเกมที่ใช้คำภาษาอังกฤษบ่อยๆ

สมัยนี้มีเทคโนโลยีอย่างสมาร์ทโฟน เราจึงสามารถหาแอพพลิเคชั่นเกมภาษาอังกฤษ เช่น Crosswords มาเล่นแก้เบื่อในยามว่างได้ ทีนี้ก็ลองเปลี่ยนจากแชทไลน์มาเป็นเล่นเกมแนวนี้แทน จะช่วยพัฒนาได้อีกทาง

  1. ใช้คำต่างๆเป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น

 

วิธีนี้หลายคนอาจจะมองดูว่ากระแดะหรือเปล่า? จริงๆแล้วเป็นเพียงการใช้คำให้ถูกกับภาษาอังกฤษมากขึ้น โดยพยายามพูดอังกฤษบ่อยๆในศัพท์ที่ใช้ได้ เช่นเปลี่ยนคำว่ามือถือ เป็น Smart Phone เปลี่ยนคำว่า นาฬิกาปลุก เป็น Alarm เป็นต้น

  1. ทำลิสต์ต่างๆให้เป็นภาษาอังกฤษ

ขั้นตอนนี้อาจจะลำบากในตอนแรก แต่ถ้าเราลองลิสต์ต่างๆให้เป็นอังกฤษจะช่วยเราให้คุ้นเคยได้มากขึ้น อย่างเช่น ลิสต์กิจกรรมที่ต้องทำพรุ่งนี้ ลิสต์ตารางไปเที่ยวพักผ่อน หรือลิสต์ของที่ต้องซื้อเข้าบ้าน ให้เป็นภาษาอังกฤษซะ

  1. ลงทุนซื้อ Dictionary ดีๆสักเล่ม

นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่า แม้จะมีราคาค่อนข้างแพงไปบ้าง แต่ก็ช่วยให้เราสามารถเข้าใจและพัฒนาภาษาไปได้ดีกว่า (สำหรับคนทุนน้อยจริงๆ ข้อนี้อาจจะข้ามไปได้บ้าง)

  1. เราชอบอะไร ทำสิ่งนั้นเป็นภาษาอังกฤษ

ความชอบ ความรัก มันทำให้เราสามารถทำอะไรก็ได้อย่างมีความสุขและไม่น่าเบื่อ ถ้าชอบทำอาหาร ก็เปลี่ยนเมนูอาหารเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าชอบเล่นกีฬาหรือดนตรี ก็ดาวน์โหลดวิดีโอการฝึกซ้อมแบบภาษาอังกฤษมาดู ถ้าชอบเล่นเกมก็ฝึกอ่านคู่มือเกมภาษาอังกฤษ เราก็จะหลงรักมันโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะ

 

 

ภาษาอังกฤษ เข้ามามีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนไม่น้อย

ในสังคมโลกปัจจุบัน คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลของโลกที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และเข้ามามีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนไม่น้อย จากอิทธิพลของความก้าวไกลทางด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร ส่งผลให้ภาษาอังกฤษยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะถือเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร การศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย รวมถึงการประกอบอาชีพ

หลักสูตรการศึกษาระดับขั้นการศึกษาพื้นฐาน ไม่ได้มองข้ามความสำคัญและความจำเป็นของภาษาอังกฤษ มีการกำหนดให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่เป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐานซึ่งนักเรียนทุกคนต้องได้เรียนรู้ เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการฟัง พูด อ่าน เขียน เข้าใจความแตกต่างของภาษา การคิด สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง และวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และสามารถสื่อสารกับชาวชาติได้ รวมทั้งช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงองค์ความรู้ต่าง ๆ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนได้ง่ายและกว้างขึ้น ในขณะที่ภาษาต่างประเทศอื่น ๆ เช่น ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี เป็นต้น สถานศึกษาสามารถจัดสอนได้ตามความเหมาะสมโดยให้อยู่ในดุลพินิจ

จะเห็นว่าได้ว่าในบ้านเรา แม้รัฐบาลบังคับให้ทุกคนเรียนภาษาอังกฤษอยู่ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ก็ยังมีคนไทยจำนวนมากที่พูดภาษาอังกฤษ หรือไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่รวมเวลาในการเรียนภาษาอังกฤษแล้ว ส่วนใหญ่ไม่ต่ำกว่า 10 ปี หรือแม้แต่ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือแม้กระทั่งปริญญาโทยังมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถสื่อสารกับชาวต่างชาติได้

เมื่อประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งสมาชิกที่กำลังจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคตอันใกล้ ภาษาอังกฤษยิ่งทบทวีความสำคัญและความจำเป็นมากขึ้น คงถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการวางแผนและเตรียมพร้อมพัฒนาเด็ก เยาวชน และคนไทยให้มีคุณภาพและมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่สังคมคาดหวัง ครูผู้สอนซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญในการถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาสังคม ต้องมีการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน ใฝ่ศึกษาเรียนรู้ตลอดเวลา แสวงหาเทคนิควิธีสอนใหม่ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย และผู้บริหารต้องให้ความสำคัญพร้อมสนับสนุนกระบวนการจัดการเรียนการสอนในการเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ กระตุ้นให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญของภาษาประจำชาติและภาษาต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการแสวงหาความรู้ในสังคมอาเซียนและเวทีโลกต่อไป

การศึกษาและเรียนรู้ภาษาอังกฤษในการสมัครงาน

ไม่ว่าเราจะสัมภาษณ์งานไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เราก็ไม่มีวันคุ้นเคยกับมัน เราจะยังคนรู้สึกตื่นเต้นเสมอ เหมือนกับว่าทุกครั้งที่เราไปสัมภาษณ์งาน เราจะประหม่าเมื่อต้องไปสัมภาษณ์งาน หรือต้องพูดคุยกับนายจ้างเป็นครั้งแรก แม้ว่าจะเป็นโอกาสอันดี แต่ก็เป็นเรื่องยากที่เราจะควบคุมความวิตกกังวลนั้นไว้ได้ และความรู้สึกนั้นจะมีมากยิ่งขึ้น เมื่อเราต้องสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ

เมื่อไรก็ตามที่เราต้องสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ เราจะรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า การพูดติด ๆ ขัด เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราทำให้มันผ่านพ้นไปได้ และทำให้การสัมภาษณ์งานครั้งนี้ออกมาประสบความสำเร็จไม่ต่างจากการสัมภาษณ์งานครั้งอื่น ๆ หลายคนจะรู้สึกกลัวว่าการสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษจะยากกว่าภาษาไทย แต่ความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก เพียงแต่ต้องอาศัยการเตรียมตัวให้มากขึ้น

การสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษให้ประสบความสำเร็จ จะไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป หากเรามีการเตรียมความพร้อม ทั้งทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ และการเตรียมข้อมูลก่อนเริ่มสัมภาษณ์งาน ทั้งสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องมาพร้อม ๆ กัน เพื่อให้การสัมภาษณ์ออกมาได้ดี และเทคนิคการเตรียมตัวสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษต่อไปนี้ จะช่วยให้คนหางานสามารถสร้างความประทับใจในวันสัมภาษณ์งานได้อย่างเป็นมืออาชีพ หากรู้จักนำไปปรับใช้กับตัวเองได้อย่างเหมาะสม

เตรียมข้อมูลก่อนการสัมภาษณ์งาน

การเตรียมความพร้อมให้กับตัวเอง จะช่วยให้เราสามารถไปสัมภาษณ์งานได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ยิ่งเราเตรียมตัว และมีความพร้อมมากเท่าไร เราก็จะรู้สึกประหม่าและตื่นเต้นน้อยลง ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าบริษัท ตำแหน่งงานที่เราสมัคร ผู้ที่มาสัมภาษณ์เรานั้น มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร อย่างน้อยที่สุด เราต้องเรียนรู้ว่าบริษัทนี้มีเบื้องหลัง และอนาคตดีมากน้อยแค่ไหน

เมื่อเราเรียนรู้ข้อมูลต่าง ๆ ของบริษัทมาเป็นอย่างดีในระดับหนึ่งแล้ว การต้องตอบคำถาม หรือถามคำถามในช่วงการสัมภาษณ์งาน เราจะไม่รู้สึกประหม่า เมื่อไม่รู้สึกประหม่า เราก็จะไม่พูดภาษาอังกฤษที่จับใจความไม่ได้ หรือพูดภาษาอังกฤษที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ หลายคนรู้สึกว่าการสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยาก เพราะเขามีข้อมูลไม่มากพอ และไม่ได้ฝึกฝนการตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษมา เมื่อจะต้องตอบคำถาม ก็ทำให้นึกไม่ออกว่าควรจะพูดออกมาด้วยรูปประโยคอย่างไร จนท้ายที่สุด ก็ทิ้งโอกาสที่ดีในการสัมภาษณ์งานให้หลุดลอยออกไป

ฝึกซ้อมภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มความมั่นใจ

หลาย ๆ บริษัทเลือกที่จะสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ เพราะอยากรู้ว่าคนที่มาสัมภาษณ์ว่าสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีในระดับใด เหมือนอย่างที่เขียนไว้ในเรซูเม่หรือไม่ เพราะบางคนเขียนมาในเรซูเม่ว่าสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงกลับไม่มีประสิทธิภาพอย่างที่นายจ้างคาดหวังไว้

การสัมภาษณ์งานมักมาพร้อมกับความตื่นเต้น และแน่นอนว่าความตื่นเต้นนั้น เป็นเรื่องที่ห้ามกันได้ยาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะจัดการไม่ได้เสียเลย การได้ฝึกฝนพูดประโยคภาษาอังกฤษที่จำเป็นต้องใช้ในวันสัมภาษณ์งานบ่อย ๆ จะช่วยให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น และสามารถตอบคำถามได้ดีขึ้น

จะเริ่มให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษตอนกี่ขวบดี

สำหรับพ่อแม่ที่เริ่มมีลูกเล็ก อาจจะเกิดคำถามในใจว่าจะให้ลูกเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตอนไหนดี จากประสบการณ์การสอนภาษาอังกฤษเด็กเล็กๆมาประมาณ 5 ปี ทำให้พบว่ากรณีเด็กเล็กๆ เราไม่จำเป็นต้องเน้นว่าเด็กต้องเก่งภาษาอังกฤษตั้งแต่เล็กๆ เราไม่จำเป็นต้องเสาะแสวงหาสถานที่เรียนภาษาอังกฤษดังๆ ให้กับเด็กหรอกนะ เพราะถึงอย่างไรพัฒนาการทางสมองของเด็กเองยังไม่ถึงขั้นที่จะรองรับหลักการทางด้านไวยากรณ์สูงๆได้

ดังนั้นหากบุตรหลานของท่านเริ่มเข้าเรียนอนุบาล 1 ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของครูที่โรงเรียนไป แต่สิ่งที่คุณสามารถทำได้คือการฝึกฝนให้เด็กคุ้นชินกับภาษาในลักษณะชีวิตประจำวัน นั่นคือการหาครูฝรั่งสำเนียงดีๆ มาพูดคุยหรือทำกิจกรรมกับเด็กให้เด็กได้ฟัง ได้โต้ตอบ แนวบทสนทนาง่ายๆอย่าง Read the rest of this entry »

เทคนิคการจําคำศัพท์ในภาษาอังกฤษ ไม่ให้ลืม

ในการเรียนรู้นั้นสิ่งที่หลายๆคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างนะว่า “เรียนภาษาอังกฤษไม่ต้องท่องจำ” เพื่อนๆมีความคิดเห็นในประโยคหรือคำเหล่านี้กันอย่างไรกันบ้าง คิดว่าก็จริงนะว่าเรียนภาษาอังกฤษแบบไม่ต้องท่องจำแต่ถ้าไม่ท่องจำนั่นหมายความว่ามันอยู่ในจิตใต้สำนึก หรือเอาแบบเว่อๆเลยนะคือมันอยู่ในสายเลือดเราไปแล้ว แล้วทำอย่างไรหละมันถึงจะอยู่ในสมองของเราโดยที่ไม่ต้องท่องจำในการเรียนรู้ทุกๆรูปแบบนั่นสิ่งแรกที่เป็นสิ่งสำคัญของการเรียนรู้ของเรานั้นคือ ความจำ(Remember) ซึ่งเจ้าความจำนี้เป็นสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้เลยนะ ถัดมาจากความจำนั้นคือการนำสิ่งที่เราจำได้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดความเคยชิน (Habituate) ความเคยชินนี่แหละ ที่จะทำให้เรานั้นสามารถเรียนรู้เรื่องนั้นๆได้แบบไม่ต้องท่องทำ เรามาดูกันนะว่าการจำศัพท์นั้นปัจจัยอะไรที่จะทำให้เรานั้นสามารถจำได้ไวขึ้น

– เลือก: การเลือกในที่นี้จะหมายถึงการเลือกคำศัพท์ที่เราจะทำมาท่องจำว่าเราต้องการคำศัพท์เกี่ยวข้องกับอะไรมาท่องหรือจำ ซึ่งแนะนำให้เลือกคำศัพท์ที่เราคิดว่าเราจะได้ใช้มันมากที่สุดก่อน ซึ่งการเลือกคำศัพท์นี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากเลย
– ความเกี่ยวเนื่องของคำศัพท์ : ถ้าหากว่าเพื่อนๆ จัดคำศัพท์ออกเป็นหมวดหมู่หรือจำคำศัพท์คำที่ใกล้เคียงกันในเรื่องของความหมาย หรือเสียงก็จะช่วยให้เรานั้นจำได้ไว้ยิ่งขึ้นนะ
– เขียนหรือนำมาใช้ : การนำคำศัพท์นั้นมาใช้นั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งประโยคง่ายๆ หรือการเขียนคำศัพท์คำนั้นๆ หลายๆรอบทำให้เราเกิดความเคยชินในการเขียนก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งเลยนะ
– วาดรูป: การนำศิลปะมาประยุกต์ใช้ในเรื่องของการจำคำศัพท์นั้นก็ประมาณว่าเรานั้นนำคำศัพท์คำๆนั้นมาวาดเป็นรูปออกมาเลยครับ หรืออีกวิธีคือเรารูปที่มีอยู่หรือสิ่งของต่างๆที่มีอยู่แล้วเอาสติ๊กเกอร์คำศัพท์ลงไปแปะไว้ พอเราเดินผ่านไปผ่านมาเดี๋ยวก็เกิดความเคยชินเอง
– ข้อจำกัดของตัวเอง : ข้อจำกัดที่ว่า 1 วันนั้นเราจะจำได้กี่คำนะ ซึ่งถ้าหากว่าเพื่อนๆคิดว่าจะจำคำศัพท์ในดิกทั้งเล่มใน 1 วันนั้นเป็นไปได้น้อยมากจนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนะ ซึ่งถ้าหากว่าเราพยายามที่จะยัดเข้าไปมากๆก็ไม่มีประโยชน์หรอก สมองจะตื้อเอาเปล่าๆ
– สังเกตคำศัพท์และโครงสร้าง : ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤานั้นต้องรู้จักสังเกตุโครงสร้าง การประกอบคำ การใช้คำๆนั้นด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่า จำๆ ๆ ไปอย่างเดียวพอจะใช้จริงก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้
สุดท้ายนี้ทำดูนะคือการที่เราเขียนคำศัพท์ใส่กระดาษแผ่นหนึ่งสัก 10 คำแล้วพกติดตัวไปตลอดมีเวลาก็เอาขึ้นมาท่องๆ อ่าน ๆ ให้จำได้ เริ่มทีละนิดนานๆเข้าเดี๋ยวก็จะเก่งเอง ยังดีกว่าคิดว่าจะทำๆ แล้วก็ไม่ทำอะไรเลย แบบนั้นไม่ได้อะไรหรอกนะ เชื่อว่าเพื่อนๆนั้นจะสามารถเก่งภาษาอังกฤาได้อยางแน่นอน เพราะอย่างน้อยเพื่อนๆก็เริ่มที่จะฝึกฝนตัวของเพื่อนๆเองด้วยการหาเทคนิคสำหรับจำคำศัพท์แล้วนะ สู้ต่อไปนะเพื่อนๆ สักวันเราจะต้องเก่งอย่างแน่นอน