ประเทศอาเซียนเข้าสู่ AEC ไม่ว่าคนของแต่ละประเทศจะใช้ภาษาอะไรเป็นภาษาราชการ

44

อย่างที่ทราบกันว่า ในปี 2558 ประเทศอาเซียน 10 ประเทศจะเข้าสู่ AEC ดังนั้น การเตรียมความพร้อมในเรื่องของภาษาเพื่อใช้ในการสื่อสารในสภาพการณ์ที่มีการแข่งขันสูงขึ้นและสภาพสังคมที่มีวัฒนธรรมต่างๆ หลากหลายเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และควรจะต้องเตรียมความพร้อมให้ดี จากข้อมูลตัวเลขจำนวนผู้พูดภาษาต่างๆทั่วโลกของ Ethnologue 16th edition ในปี 2009 แสดงให้เห็นว่า ภาษาที่มีผู้พูดมากที่สุดในโลกนั้น 3 ลำดับแรก คือ ภาษาจีนกลาง ประมาณ 1,213 ล้านคน ภาษาสเปน ประมาณ 329 ล้านคน และภาษาอังกฤษ ประมาณ 328 ล้านคน ขณะที่ ข้อมูลตัวเลขจาก UNESCO ระบุว่า ภาษาที่มีการพูดกันมากที่สุดในโลกเรียงตามลำดับ คือภาษาจีนกลาง ภาษาอังกฤษ และภาษาสเปน นอกจากนี้ ภาษาที่ได้กำหนดให้ใช้ในสหประชาชาติมีด้วยกัน 6 ภาษาสำคัญคือ จีนกลาง อังกฤษ สเปน อาหรับ รัสเซีย และฝรั่งเศส จะเห็นได้ว่าความสอดคล้องกันของข้อมูลตัวเลขดังกล่าวข้างต้น ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของทั้งภาษาจีนกลาง และภาษาอังกฤษ ในฐานะที่เป็นภาษาที่ทั่วโลกใช้ในการสื่อสารระหว่างกันในโลกปัจจุบัน อีกทั้ง กฎบัตรอาเซียนข้อ 34 ก็ได้บัญญัติว่า “The working language of ASEAN shall be English” ที่กำหนดให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในการทำงานของอาเซียน นั่นหมายถึง ภาษาอังกฤษจะเป็นภาษาที่ใช้ในระหว่างการประชุม การโต้ตอบทางจดหมาย การจัดทำรายงานการประชุม ผลการพิจารณา และมติที่ประชุม ตลอดจนการจัดทำคำแถลงการณ์ และปฏิสัมพันธ์ต่างๆของอาเซียน

เมื่อประเทศอาเซียนเข้าสู่ AEC ไม่ว่าคนของแต่ละประเทศจะใช้ภาษาอะไรเป็นภาษาราชการ และภาษาประจำชาติอยู่ในขณะนี้ เมื่อต้องติดต่อสื่อสารกับคนอื่นที่ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมนั้น ทุกคนจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ทุกคนต้องเรียนรู้และใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ และพนักงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน จะต้องมีความสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ และใช้ได้ดีด้วย ดังนั้น หากจะให้ลำดับความสำคัญของภาษาที่จำเป็นสำหรับชาวอาเซียนแล้วละก็ ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาบังคับอันดับแรกที่ประชาชนพลเมืองใน10 ประเทศอาเซียนจะต้องฝึกฝน พัฒนาขีดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพราะจะต้องใช้ภาษาอังกฤษกันมากขึ้นแน่นอน เนื่องจากประชาชนของประเทศอาเซียนจะต้องไปมาหาสู่ ทำความรู้จัก เรียนรู้ซึ่งกันละกัน เดินทางท่องเที่ยว เดินทางข้ามพรมแดนเพื่อหางานทำและแสวงหาโอกาสที่ดีกว่าให้กับชีวิต ดังนั้น ภาษาอังกฤษจึงเป็นภาษาที่สองของชาวอาเซียน เคียงคู่ภาษาที่หนึ่งอันเป็นภาษาประจำชาติของตน จุดอ่อนของไทยนั้น คือ การที่ยังไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในเวทีต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษทางธุรกิจ การค้า การบริการ การท่องเที่ยว การแพทย์ ฯลฯ ซึ่งถือว่ายังต้องพัฒนาอีกมากเมื่อเทียบกับประเทศอาเซียนอื่นอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

กระทรวงศึกษาธิการของเรายังไม่ได้เน้นการพูดภาษาอังกฤษจะเน้นแต่หลักไวยากรณ์

4

ความสำคัญของภาษาอังกฤษภาษาอังกฤษได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนไทย และคนทั่วโลกไปแล้ว มนุษยชาติทุกวันนี้สื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารกันโดยตรง การใช้อินเตอร์เน็ต การดูทีวี การดูภาพยนตร์ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์หนังสือคู่มือทางด้านวิชาการต่างๆ ฯลฯ บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาออกมาในปัจจุบัน ถ้ามีความรู้ภาษาอังกฤษทั้งพูดและเขียนเสริมเข้าไปด้วยอีก โอกาสที่จะหางานก็จะไม่จำกัดแค่ในประเทศไทย เท่านั้น ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ท่านคงจะไม่ปฏิเสธได้ถึงสิทธิพิเศษที่ท่านมีเหนือคนอื่นที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ด้วยเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ทำให้โลกของเราแคบลงไปถนัดตา ทุกวันนี้ท่านสามารถรับรู้ข่าวสาร หรือติดต่อกับเพื่อนต่างชาติได้ภายในเสี้ยววินาที ท่านจะไม่เข้าถึงสิทธิพิเศษเหล่านี้เลย ถ้าท่านไม่รู้ภาษาอังกฤษ ระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนของไทยหลายท่านอาจจะบอกว่า ประเทศไทยเราก็ให้ความสำคัญกับการเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมคนไทยถึงพูดภาษาอังกฤษสู้คนฟิลิปปินส์ไม่ได้เลย นั่นก็เพราะว่าหลักสูตรภาษาอังกฤษของ

กระทรวงศึกษาธิการของเรายังไม่ได้เน้นการพูดภาษาอังกฤษ จะเน้นแต่หลักไวยากรณ์ คำแปล และการอ่านเพื่อความเข้าใจและให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่จะต้องปรับปรุงอย่างมากในระบบการเรียนภาษาอังกฤษของไทยเราคือ การเน้นการพูดออกเสียง ไม่ว่าจะเป็นการออกเสียงพยัญชนะแต่ละตัว การเน้นเสียงหนักเบา ซึ่งจะต้องมีสื่อช่วยสอนที่เป็นมัลติมีเดีย คือ มีทั้งภาพ เสียง และตัวหนังสือ ให้ด้วย แทนระบบเก่าที่มีแต่ตัวหนังสือเท่านั้น ทำให้การออกเสียงตามคำอ่านที่เขียนในตำราหรือพจนานุกรมที่ผิดๆ เช่นคำว่า cat ในพจนานุกรมอังกฤษไทยจะเขียนคำอ่านเป็น แค้ท ซึ่งแปลมาจากคำอ่านพจนานุกรมอังกฤษเป็นอังกฤษ ทำให้คนไทยเข้าใจว่า ไม่ต้องออกเสียงตัว t ที่อยู่ตอนท้ายด้วย น่าจะเขียนคำอ่านเป็น แค่ท-ถึ (ออกเสียง ถึ เบาๆ) แต่ถ้าเราจัดทำสื่อการเรียนการสอนแบบมัลติมีเดีย เด็กก็จะได้ยินทั้งเสียงที่ถูกต้อง ได้เห็นภาพ และตัวหนังสือด้วย ซึ่งทำได้ไม่ยาก และต้นทุนก็ไม่มาก การเรียนของเด็กก็จะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ภาษาอังกฤษมีการใช้กันทั่วโลกมากกว่าภาษาอื่นๆ มีการเรียนการสอนกันทั่วโลก

4

ในภาวะปัจจุบันที่อิทธิพลของโลกาภิวัฒน์ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และยังจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั้นการเรียนรู้ภาษาของประเทศอื่นย่อมได้เปรียบในการทำกิจการต่างๆ เพราะคงไม่มีใครจะติดต่อสื่อสารและรู้เรื่องได้ดีเท่ากับการพูดภาษาเดียวกัน เคยมีเรื่องเล่ากันเล่นว่าประเทศไทยที่ค้าขายสิงคโปร์ มาเลย์ ฮ่องกง ใต้หวัน ไม่ได้ก็เพราะว่ามาติดต่อกับประเทศไทยแล้วสื่อสารกันยังไม่ชัดเจนจึงต้องผ่านตัวแทนที่รู้ภาษาดีกว่าเช่นสิงค์โป มาเลย์ ฮ่องกง ใต้หวัน หรือแม้แต่ฟิลิบปินก็ตาม  ซึ่งเราจะเห็นว่าประเทศเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาที่อาจคิดได้ว่าเป็นภาษาสากล หลายประเทศประกาศให้เป็นภาษาราชการอีกภาษาหนึ่ง นอกจากภาษาของตัวเอง

แน่นอนว่าประเทศที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้นย่อมทราบดีว่า คนจะเรียนรู้ภาษาให้ซาบซึ้งสามารถใช้ภาษาเข้าสู่สังคมและวัฒนธรรม สามารถใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับสังคมวัฒนธรรมตามสถานะการณ์ได้ในทุกทักษะของภาษา  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ดีจะมีโอกาสในการจ้างงาน และได้รับการสนับสนุนส่งเสริมในงานในหน้าที่ให้ยิ่งขึ้นไป  มากกว่าผู้ที่ไม่มีทักษะทางภาษาเลย  ดังตัวอย่างที่หน่วยงานห้างร้านบริษัท ที่ประกาศรับพนังงาน แต่แนบท้ายด้วยคำว่ามีความสามารถทางภาษาที่สามารถติดต่อสื่อสารได้ นั่นก็คือต้องมีทักษะการฟังและการพูดเป็นอย่างน้อย

อันเนื่องจากภาษาอังกฤษมีการใช้กันทั่วโลกมากกว่าภาษาอื่นๆ มีการเรียนการสอนกันทั่วโลกมากกว่าภาษาอื่นจึงคิดให้เป็นภาษาสากลที่ติดต่อสื่อสารได้ทั่วโลก การเรียนการสอนภาษาอังกฤษประการแรกน่าจะใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันอย่างเหมาะสมตามสถานะการณ์ เช่นเดียวกับการที่เราเรียนรู้ภาษาแรกจากพ่อแม่ พี่เลี้ยง เป็นการเรียนรู้แบบธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องท่องศัพท์ แปล หรือ รู้หลักไวยากรณ์ ดังนั้นการเรียนการสอนในระดับเริ่มเรียนรู้ภาษานั้น คงต้องเน้นการมีส่วนร่วมทางภาษาให้มากที่สุด คือผู้เรียนต้องเรียนรู้จากการฟังและพูดอย่างเป็นธรรมชาติจนเกิดทักษะ เริ่มจากการพูดในชีวิตประจำวันในครอบครัว แล้วค่อยขยายออกไปสู่โลกภายนอกมากขึ้น เพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ในการศึกษาขั้นสูงขึ้น

 

ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ และอนาคตของประเทศ

ภาษาคือกุญแจสำคัญของความรู้ ถ้านักเรียนไม่สามารถเข้าใจภาษาแล้วเขาไม่สามารถที่จะรับข้อมูลหรือความรู้ในภาษานั้นได้ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐจะต้องพัฒนา ปัจจุบันภาษาอังกฤษมีความสำคัญมาก เพราะองค์ความรู้และข่าวสารที่สำคัญๆมากกว่า 80% ในโลกนี้รายงานหรือบันทึกไว้เป็นภาษาอังกฤษ การเริ่มต้นเรียนภาษาตั้งแต่ยังเยาว์จะนำไปสู่ความชำนาญสูง รัฐบาลต้องเริ่มให้ความสนใจในเรื่องนี้ เพราะถ้าหากว่าเราไม่เริ่มแต่วันนี้ ประเทศเราก็จะเป็นประเทศที่ล้าหลัง จะตามประเทศอื่นไม่ทัน และตกเป็นอาณานิคมทางเศรษฐกิจของประเทศอื่นอย่างถาวร

ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ และอนาคตของประเทศ ไม่เฉพาะแต่ประเทศไทย แต่ทุกๆประเทศ เพราะภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารอย่างเป็นทางการของชาวโลก ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองของประเทศให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แทนที่จะรีรอหรือกลัวว่าประเทศ “จะตกเป็นอาณานิคม” ของประเทศอื่น

ปัจจุบันนั้นหมดยุคอาณานิคมแบบเดิมๆที่ประเทศหนึ่งยกพลขึ้นมายึดดินแดนประเทศหนึ่งนั้นไปแล้ว แต่อาณานิคมทางเศรษฐกิจ อาณานิคมทางด้านความคิด กำลังเร่งเครื่องมาแรง เราต้องเตรียมคนของเราให้พร้อมที่จะรับมือกับความรุนแรงนั้น  และอาวุธสำคัญที่จะต่อสู้กับมันได้ก็คือ การให้การศึกษากับประชาชนของเรา และภาษาอังกฤษก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากของเครื่องมือนี้ ถ้าเราหันไปมองประเทศเพื่อนบ้านเช่นประเทศสิงคโปร์ที่เคยเป็นเมืองขึ้นทั้งของดัทช์ และต่อมา ของอังกฤษ ดูบ้างจะเห็นว่า การที่ประชาชนของเขาพูดได้อย่างน้อยสองภาษานั้นมีประโยชน์ต่อประเทศเขามากเพียงใด

ปัจจุบันชาวโลกเขายกย่องกันมากว่าประเทศสิงคโปร์ประสบความสำเร็จมากทั้งด้านการศึกษาและเศรษฐกิจ ที่เป็นเช่นนี้นั้นก็เพราะว่าประเทศสิงคโปร์มีการวางแผนรองรับนโยบายการศึกษาอย่างรัดกุม คือกำหนดให้นักเรียนเรียนรู้อย่างน้อย 2 ภาษา ภาษา “ลิ้นแม่” ที่มีทั้งจีน มาเลย์ ทมิฬฯ ก็ไม่ได้ละทิ้ง เพราะมันทำให้เด็กเข้าใจในเนื้อหาของวิชาการที่เรียนได้ดีกว่า แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลได้ส่งเสริมให้นักเรียน เรียนภาษาอังกฤษ และ จีนกลาง(แมนดาริน)เป็นภาษาที่ 2 เพื่อที่จะสื่อสารความรู้ความสามารถนั้นกับภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปีที่สิงคโปร์เป็นอิสระจากอังกฤษใน 1965 แทบจะไม่มีชาวจีนในสิงคโปร์พูดภาษาจีนกลาง แต่ปัจจุบันกว่า 70% ของชาวสิงคโปร์พูดได้อย่างน้อย 2 ภาษา คือภาษา”ลิ้นแม่” และ จีนกลาง หรือ อังกฤษ

ถึงปีนี้ 2010 แทนที่ประเทศสิงคโปร์จะตกเป็นอาณานิคมประเทศอื่นอีก แต่ตรงข้ามได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความสำเร็จทางด้านเศรษฐกิจมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก เป็นที่ยอมรับของนาๆอารยประเทศไม่แพ้ประเทศมหาอำนาจที่เคยยึดครองประเทศนี้มาก่อน .. ทั้งๆที่ประเทศสิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติใดๆเลยนอกจาก “คน” เพียงไม่กี่ล้านคน

การเรียนรู้ภาษาของคนอื่นนั้นไม่ได้ทำให้คุณโง่ลง แต่ทำให้คุณฉลาดขึ้น และรู้เท่าทัน(เล่ห์เหลี่ยม)คนประเทศอื่นและนี่คือเหตผลว่าทำไมเราจึงต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

ภาษาอังกฤษมันกลายเป็นภาษาที่ซึมซับเข้าไปในกับชีวิตประจำวันไปแล้ว

ทำไมต้องเรียนภาษาอังกฤษหรือภาษาอังกฤษนั้นสำคัญจริงหรือ ก็ต้องบอกว่า สำคัญซึ่งถ้าพูดแบบนี้ก็อาจจะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและคนที่ไม่เห็นด้วยกับคำพูดนี้ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่า การใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารในชีวิตประจำวันมีความจำเป็นอย่างมากเรียกได้ ว่ามันแทบจะซึมซับเข้าไปกับชีวิตประจำวันแล้วก็ว่าได้ ถึงกับมีคำพูด ว่าถ้าที่ไหนไม่มีภาษาอังกฤษที่นั่นถือว่าเชยค่อนข้างสุดๆ แล้ว ภาษาอังกฤษมันมีความสำคัญและมีอิทธิพลกับเรามากน้อยเพียงใด ทั้งๆที่มันไม่ใช่ภาษาแม่ของเราซะหน่อย ก็ต้องตอบว่ามันสำคัญจริงๆไม่ว่าเราจะเดินไปตรงไหนคำศัพท์ภาษาอังกฤษมันแทบ จะอยู่รอบๆตัวเราไปหมด เลยก็ว่าได้และก็มีคนบางส่วนที่เหมือนกับว่าจำเป็นหรือจำใจต้องใช้ภาษาอังกฤษ ลองมาพิจารณาดูว่าคนเหล่านั้นเค้าจะให้เหตุผลกับการที่จะต้องเรียนภาษา อังกฤษกันว่าอย่างไร ก็มีหลายคนไม่ใช่น้อยเลยก็ว่าได้ ที่นึกหาเหตุผลมาตอบตัวเองหรือตอบคนรอบข้างที่ถามไม่ออกเลยว่าทำไมตัวเองจะ ต้องมานั่งเรียนภาษาอังกฤษแล้วมันสำคัญจริงหรือ แต่จะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม สุดท้ายก็ต้องมานั่งเรียนภาษาอังกฤษอยู่ดี

ก็อย่างที่บอกไปแล้วในข้างต้นว่าภาษาอังกฤษมันกลายเป็นภาษาที่ซึมซับเข้าไปในกับชีวิตประจำวันไปแล้ว มันก็จะเกิดคำถามขึ้นมากับคนบางคนว่าแล้ว “ทำไม ทำไม”ต้องเรียนภาษาอังกฤษถ้าได้คำศัพท์เยอะมากพอ แล้วเดี๋ยวก็สามารถพูดได้เอง โต้ตอบกับฝรั่งได้เองเวลาที่ฝรั่งถาม นั่นมันก็อาจจะใช่แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความคิดนั้นจะถูกต้องที่สุด หรือบางคนอาจจะคิดในทางกลับกันว่าควรจะได้คำศัพท์มากๆ การที่ได้คำศัพท์เยอะเป็นข้อดีและได้เปรียบมากนั่นคือสิ่งที่เข้าใจถูกต้อง เหมือนกัน ถูกต้องในขั้นพื้นฐาน แต่ลองนึกภาพตามคำพูดต่อไปนี้ดู เช่นเวลาที่เรายังเด็กๆ กำลังเริ่มที่จะหัดพูดสิ่งแรกเลยที่มีความสำคัญสำหรับเด็กเล็กๆเลยก็คือการ เริ่มพูดได้ทีละคำ